พระมหาบัญชา… ภารกิจหลักของผู้เชื่อ

รูปภาพ        ภารกิจหลักที่ผู้เชื่อต้องมีส่วนร่วม 

ตลอดพระธรรมกิจการบันทึกไว้ว่า  แม้ผู้เชื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากถูกกดขี่ข่มเหงจนต้องกระจัดกระจายไปยังดินแดนต่างๆ  พวกเขาก็ไม่ละเลยการทำบทบาทหน้าที่ตามที่ได้รับพระมหาบัญชา   แต่ฉวยโอกาสประกาศพระวจนะด้วยภาระใจเสมอ  เช่น  ปริสสิลลาและอาควิลลา  ผู้เชื่อธรรมดาที่มีอาชีพเย็บเต็นท์

ในพระธรรมกิจการบทที่ 18 บันทึกว่า  เมื่อเปาโลเดินทางไปที่เมืองโครินธ์    ท่านได้พักอาศัยในบ้านของชาวยิวซึ่งเป็นช่างเย็บเต็นท์ชื่อ อาควิลลา ผู้ซึ่งมีภรรยาชื่อ ปริสสิลลา เมื่อเปาโลเดินทางไปทำพันธกิจที่แคว้นซีเรีย  เขาทั้งสองมีใจปรารถนาจะมีส่วนร่วมในงานรับใช้    จึงได้ร่วมเดินทางไปกับเปาโลจนถึงเมืองเอเฟซัสและพักอยู่ที่นั่น  ส่วนเปาโลได้เดินทางต่อไปยังเมืองอื่น

ขณะที่ปริสสิลลาและอาควิลลาอยู่ที่เมืองเอเฟซัสได้พบ อปอลโล   ซึ่งเป็นยิวชาวอเล็กซานเดรียที่มีความชำนาญทางพระคัมภีร์มากและเทศนาสั่งสอนอย่างเอาจริงเอาจัง  แต่มีความรู้เพียงเรื่องการ
บัพติศมาของยอห์นเท่านั้น   ปริสสิลลาและอาควิลลาเห็นเช่นนั้นจึงมีภาระใจในการสอนอปอลโลให้เข้าใจพระวจนะอย่างครบถ้วน  ทั้งสองก็มิได้ขาดความมั่นใจในการสอนแม้อปอลโลมีการศึกษาที่สูงกว่า เพราะพระมหาบัญชาสั่งให้ผู้เชื่อสร้างสาวกไม่ว่าผู้นั้นมีสถานภาพเช่นใดก็ตาม อีกทั้งอปอลโลก็ยินดีรับการสร้างชีวิต   ในที่สุด อปอลโลกลายเป็นผู้รับใช้พระเจ้าคนสำคัญที่เมืองโครินธ์  และเป็นผู้ร่วมงานที่ดีของอัครทูตเปาโล (1คร.3:6; 4:6; 16:12)    นอกจากนี้  ในพระธรรม 1 โครินธ์บทที่ 16 ข้อ 19 ยังบันทึกว่า ปริสสิลลาและอาควิลลา ได้เปิดบ้านของตนเป็นคริสตจักรเพื่อให้ผู้เชื่อมาประชุมร่วมกันอีกด้วย

นี่คือวิถีชีวิตปกติของผู้เชื่อในคริสตจักรสมัยแรกที่เชื่อฟังพระมหาบัญชา  พวกเขาอุทิศตนในการประกาศพระนามพระเจ้า  ให้บัพติศมา  และสั่งสอนผู้เชื่ออย่างเอาจริงเอาจัง  กระตือรือร้นในฐานะสาวกของพระเยซูคริสต์  ซึ่งแตกต่างจากสภาพของคริสเตียนในยุคปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง  ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้นักวิชาการบางท่านได้บัญญัติศัพท์ใหม่เพื่อแบ่งกลุ่มผู้เชื่อเป็นประเภทต่างๆ เช่น คริสเตียนที่กระตือรือร้น (Active Christians)  คริสเตียนที่ไม่กระตือรือร้น (Nonactive Christians)  และคริสเตียนที่ไม่ได้ไปคริสตจักร (The None Church) เป็นต้น

แม้บางคริสตจักรอาจแบ่งกลุ่มผู้เชื่อตามสถานภาพ เช่น   ผู้เชื่อใหม่ หรือ สมาชิก เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการผูกพันตัวของบุคคลนั้นๆ  หรือเพื่อเอื้ออำนวยต่อการอภิบาลดูแลผู้เชื่อ   อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นผู้นำ สมาชิก หรือผู้เชื่อใหม่ เราทุกคนต้องตระหนักว่า พระเจ้าทรงมองเห็นผู้เชื่อแต่ละคนเป็น
หนึ่งชีวิตที่พระองค์ทรงไถ่มาด้วยพระโลหิตประเสริฐของพระองค์     จึงไม่ขึ้นอยู่กับว่าบุคคลนั้นได้
ตัดสินใจรู้จักพระเจ้ามาเป็นระยะเวลามากน้อยเพียงใด   แต่ทันทีที่เขาเชื่อ เขาคือสาวกของพระเยซูคริสต์และต้องเชื่อฟังกระทำตามพระมหาบัญชาของพระองค์

ผู้เชื่อบางคนเข้าใจผิดว่า สาวกของพระเยซูคริสต์ คือ กลุ่มคนพิเศษที่ถวายตัวรับใช้พระเจ้า  หรือ
บางคริสตจักรมีการแบ่งแยกระหว่างบรรพชิตและฆราวาส  แท้จริงแล้ว   ผู้เชื่อทุกคนเป็นปุโรหิตมีหน้าที่ปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า และไม่สามารถปฏิเสธภารกิจที่พระเยซูคริสต์มอบหมายได้    ในการศึกษาเรื่อง “กระแสการตั้งคริสตจักร” (Church Planting Movement หรือ CPM) ของเดวิด แกริสัน (David Garison) นักวิจัยทางด้านการเจริญเติบโตของคริสตจักร ระบุว่าปรากฏการณ์ในช่วงศตวรรษที่ 20 ถึงปัจจุบัน   มีองค์ประกอบที่เป็นตัวร่วมในกระแสการตั้งคริสตจักรอย่างรวดเร็ว 10 ประการ  และหนึ่งในนั้นคือ การมีผู้นำที่เป็นฆราวาส [1]

ในประเทศจีน หญิงวัย 67 ปีคนหนึ่ง สามารถนำ60 ครอบครัวมาเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ภายในหนึ่งปีที่เธอกลับใจมาเป็นคริสเตียนผ่านทางวิธีการที่แสนเรียบง่าย   เธอบอกคนต่างๆ ว่าเธออ่อนแอ
แต่พระเยซูทรงช่วยเธอเอาไว้  เธอชักชวนพวกเขามาศึกษาพระคัมภีร์ที่บ้าน  และพวกเขาก็ได้รับความรอด [2]

โปโซ (Poso) เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งตั้งอยู่ตอนกลางของเกาะสุลาเวสี ประเทศอินโดนีเซีย   เคยเป็นพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยความรุนแรง  และเป็นดินแดนที่มีความขัดแย้งระหว่างคริสเตียนและอิสลามอย่างมาก   แต่พระเจ้าทรงใช้เด็กผู้ชายวัย 8 ขวบชื่อ โมโก และ เซลฟิน   เพื่อนำการฟื้นฟูมาสู่เมืองนี้   หลังจากที่โมโกชนะการแข่งขันเทศนา   เขาได้เดินทางไปเมืองใกล้ๆ เพื่อประกาศพระคำพระเจ้า  ขณะที่ผู้คนกำลังนมัสการพระเจ้าอยู่นั้น   เซลฟินได้อธิษฐานขอการสัมผัสจากพระเจ้า  ในการประชุมวันนั้น มีมุสลิมหลายคนได้รับการรักษาอย่างอัศจรรย์ และคนเป็นง่อยเดินได้

โมโกเทศนาเกี่ยวกับการเยียวยารักษาแผ่นดินบ้านเกิดและเมืองโปโซ   เขาได้กล่าวถึงสันติสุข การคืนดี และการให้อภัยเพราะพระเจ้าทรงสอนให้ทุกคนรักกันและกัน   การฟื้นฟูนี้ส่งผลให้เมืองโปโซสงบสุขขึ้น    จนเป็นที่ทราบกันว่าคริสเตียนและมุสลิมในเมืองนี้สามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้อย่างสามัคคี   [3]

ทั้งหญิงชราชาวจีนและเด็กชายชาวอินโดนีเซียเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้มีความสามารถมากเป็นพิเศษ   แต่เขาเป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนงานของพระเจ้าได้   ผู้เชื่อทุกคนจึงควรตั้งเป้าหมายชีวิตในการกระทำพระมหาบัญชาให้สำเร็จ  มุ่งมั่นและลงมือกระทำตามการทรงเรียกที่มาจากพระเจ้า  ตลอดจนสร้างสาวกตามแบบของพระเยซูคริสต์

หากคริสเตียนทุกคนและคริสตจักรท้องถิ่นทุกแห่งขับเคลื่อนในงานพระมหาบัญชาอย่างพร้อมเพรียงกัน  ก็จะมีความเป็นไปได้สูงที่เราจะได้ต้อนรับการเสด็จกลับมาครั้งที่สองขององค์พระเยซูคริสต์ในชั่วอายุนี้

แหล่งที่มา: รังสรรค์ สุกันทา. (2009)  ชีวิตที่ขับเคลื่อนด้วยพระมหาบัญชา.  กรุงเทพฯ: ครีเอชั่นบุ๊คแอนด์มีเดียพับลิชชิ่ง” น. 34-37

แหล่งอ้างอิง

[1] เดวิด แกริสัน. (2548). กระแสการตั้งคริสตจักร. กรุงเทพฯ : ซีอีดี. น.21.

[2] เรื่องเดียวกัน.น.285-286.

[3]  Talusan, Lucille. (2007, 11 December).  Christian World News: Childlike Faith Transforms Indonesian Village. [Online]. Available: http://www.cbn.com/CBNnews/214912.aspx  (Access date: September 12, 2009)

เกี่ยวกับ creationpublishing

ครีเอชั่นบุ๊คแอนด์มีเดียพับลิชชิ่ง (Creation Book and Media Publishing)
เรื่องนี้ถูกเขียนใน การรับใช้ และติดป้ายกำกับ , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s