จัดระบบเวลาชีวิต พิชิตเป้าหมาย: ตอน 2 บริหารเวลาเพื่อพิชิตเป้าหมาย

1. เขียนสิ่งที่ต้องทำทั้งหมดและจัดเป็นหมวดหมู่

คุณต้องนำเป้าหมายที่ตั้งใจทำให้สำเร็จนั้นมากำหนดเป็นแผนงานว่าคุณต้องการเห็นสิ่งใดเกิดขึ้น   โดยเริ่มจากการเขียนสิ่งที่ต้องทำทั้งหมด  แยกเป็นหมวดหมู่   และแบ่งประเภทกิจกรรมของงานทั้งหมดที่ต้องทำในแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์  เพื่อจะนำมาสร้างเป็นตารางเวลาประจำสัปดาห์หรือประจำเดือน   โดยทั่วไปสิ่งที่ต้องทำมักเกี่ยวข้องกับงาน 3 หมวดใหญ่ คือ

ก.   งานที่เป็นบทบาทพื้นฐานในชีวิตประจำวัน เป็นงานที่คุณทำเป็นประจำ เช่น กิจวัตรส่วนตัว  งานบ้าน  การเรียน  การทำงาน  การประกาศพระกิตติคุณ  การเยี่ยมเยียน  การอธิษฐาน  การใช้เวลากับครอบครัว หรืองานอื่นๆ ตามบทบาทของคุณ

ข.   งานโครงการ เป็นงานที่ทำในช่วงระยะเวลาหนึ่ง มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดที่ชัดเจน เช่น โครงการประกาศตามเทศกาลสำคัญ  โครงการฝึกอบรม   โครงการเขียนหนังสือ  หรือโครงการที่คุณต้องเกี่ยวข้องในองค์กร

ค.   งานที่ได้รับมอบหมายพิเศษ เป็นงานที่ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของคุณโดยตรง  แต่คุณถูกมอบหมายเป็นพิเศษ เช่น งานที่ต้องทำแทนบางคน งานด่วน งานแก้ไขปัญหาเฉพาะกิจ หรืองานใหม่ที่ต้องทำเพิ่ม

เมื่อคุณเขียนสิ่งที่ต้องทำและจัดเป็นหมวดหมู่แล้ว  ให้กำหนดเวลาที่ต้องใช้ในแต่ละงาน   เพื่อพิจารณาว่างานใดสามารถปรับลดเวลาหรือเผื่อเวลาไว้ทำสิ่งอื่นได้อีกบ้าง  อย่าตกใจเมื่อคุณพบว่างานเหล่านี้เรียกร้องเวลาจากคุณมากกว่าที่คุณสามารถให้ได้

2. เรียนรู้ที่จะจัดลำดับความสำคัญของงาน….เพิ่มมูลค่าของเวลา

ในแต่ละวันคุณจะมีสมาธิและมีมีความสดชื่นมากที่สุดในการทำงานแค่ช่วงเวลาหนึ่งหรือบางช่วงเท่านั้น   คุณจึงควรจัดเวลาที่ดีที่สุดนี้สำหรับงานใช้ความคิด เช่น การวางแผน  การคิดสร้างสรรค์  การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลบางด้าน เป็นต้น   นอกจากนี้ คุณควรพิจารณางานแต่ละชิ้นที่ต้องทำว่าจะสามารถมอบให้คนอื่นทำแทนได้หรือไม่   เพื่อคุณจะสามารถกำหนด“งานที่ไม่มีใครทำแทนคุณได้” ให้อยู่ในความสำคัญลำดับต้น

เมื่อจัดเวลาและเรียงลำดับแล้วให้พิจารณาว่าสามารถตัดทอนเวลาช่วงใดให้ลดลงได้อีก  งานบางอย่างอาจทำได้ในเวลาเดียวกัน  เช่น อธิษฐานในระหว่างเดินทาง หรืออ่านหนังสือขณะนั่งรถเมล์   นอกจากนี้  ยังมีเทคโนโลยีหลายอย่างที่สามารถนำมาใช้เพื่อช่วยประหยัดเวลาได้ เช่น เช็คอีเมล์ผ่านมือถือระหว่างรอคนที่นัดหมาย  ฟังซีดีพระคัมภีร์ขณะที่ทำงานบ้านหรือระหว่างขับรถ  เป็นต้น

3. บันทึกลงในตารางเวลาหรือปฏิทินการทำงานให้เป็นนิสัย

หลังจากเรียงลำดับความสำคัญของงานทุกอย่างแล้ว ให้เขียนงานทั้งหมดที่จะทำลงในตารางเวลาแต่ละช่วงตามความเป็นจริง     เครื่องมือช่วยบันทึกงานลงในตารางเวลาที่คุณสามารถเลือกใช้ตามความถนัดมีหลายแบบ  เช่น  การบันทึกตารางเวลาบนกระดาษ    การบันทึกลงในไดอารี่หรือสมุดแผนประจำปี   การบันทึกลงในโปรแกรมตารางเวลาบนอินเทอร์เน็ต  การบันทึกลงในโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น

4. ยังปรับตารางเวลาได้อีก หากส่งตารางเวลาให้โค้ชแนะนำ

สิ่งที่จะช่วยให้ตารางเวลาที่คุณจัดทำขึ้นสามารถใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด  คือ คุณควรจะขอคำแนะนำจากผู้ที่มีประสบการณ์ในการใช้เวลาได้อย่างดี หรือจากโค้ชของคุณ  หลังจากได้รับคำแนะนำแล้วคุณน่าจะปรับเปลี่ยนการวางแผนตารางเวลานั้น โดยปรับลดเวลาที่ไม่จำเป็นลงเพื่อจะนำเวลาไปทำสิ่งอื่นที่มีประโยชน์ได้มากขึ้น เช่น  ใช้เวลากับครอบครัว อ่านพระคัมภีร์  ประกาศ  ร่วมรับใช้ในคริสตจักร และบริการชุมชน เป็นต้น

แหล่งที่มา: รังสรรค์ สุกันทา. (2010)  ใช้เวลาอย่างไรให้ถูกใจพระเจ้า.  กรุงเทพฯ: ครีเอชั่นบุ๊คแอนด์มีเดียพับลิชชิ่ง

เกี่ยวกับ creationpublishing

ครีเอชั่นบุ๊คแอนด์มีเดียพับลิชชิ่ง (Creation Book and Media Publishing)
เรื่องนี้ถูกเขียนใน การดำเนินชีวิต และติดป้ายกำกับ , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s