เพลิดเพลิน…ในเวลาของพระเจ้า

พระเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้างสรรพสิ่งในโลกนี้     และเป็นผู้กำหนดให้มีวัน เวลา ฤดูกาลและวาระต่างๆ ซึ่งมีพระคัมภีร์บันทึกว่า  พระเจ้าทรงประทานปีเดือนเหล่านั้นให้แก่มนุษย์เพื่อจะได้รับความเพลิดเพลินใจ เหมือนดังที่พระธรรมปัญญาจารย์ บทที่ 3 ข้อ 11-13  บันทึกไว้ว่า

11พระองค์ทรงกระทำให้สรรพสิ่งงดงามตามฤดูกาลของมัน
พระองค์ทรงบรรจุนิรันดรกาลไว้ในจิตใจของมนุษย์

แต่มนุษย์ยังมองไม่เห็นว่า
  พระเจ้าทรงกระทำอะไรไว้ ตั้งแต่ปฐมกาลจนกาลสุดปลาย
12
ข้าพเจ้าทราบแล้วว่า  สำหรับเขาไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าเปรมปรีดิ์และร่าเริงตลอดชีวิต
13
และว่าเป็นของประทานจากพระเจ้าแก่มนุษย์
ที่จะให้มนุษย์ได้กินดื่มและเพลิดเพ
ลินในบรรดาการงานของเขา

พระเจ้าทรงประทาน “เวลา” ให้เป็นดั่งของขวัญสำหรับมนุษย์   เวลาที่อยู่ในแผนการของพระเจ้านั้นก็งดงาม และเต็มไปด้วยความสุขใจ   แต่ครั้งใดที่มนุษย์ออกนอกแผนการพระเจ้า เขาก็จะเผชิญความทุกข์ยาก    เหมือนดังอาดัมและเอวามนุษย์คู่แรกที่ไม่เชื่อฟังพระเจ้าและกระทำบาป  พวกเขาจึงต้องรับผิดชอบผลของความบาปนั้นด้วยการดำเนินชีวิตบนโลกด้วยความลำบากเหน็ดเหนื่อย   และสุดท้ายต้องพบกับความตาย (ปฐก.3:17-19)

พระคัมภีร์บันทึกว่า มนุษย์จะตายฝ่ายร่างกายเพียงครั้งเดียวเท่านั้น (ฮบ.9:27)   ส่วนจิตวิญญาณของมนุษย์ยังดำรงอยู่ และจะต้องเผชิญกับการพิพากษาตัดสินดีชั่วตามการกระทำของตน   หากมนุษย์ไม่ได้รับการยกโทษบาปจากพระเจ้า    ก็ต้อง  “ตายฝ่ายวิญญาณ”       ซึ่งเป็นการแยกจากพระเจ้าและตกในบึงไฟนรกชั่ว นิรันดร์    แต่ด้วยพระคุณความรักของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์     พระองค์จึงทรงจัดเตรียม “แผนการแห่งการไถ่โทษบาปของมนุษย์ผ่านทางพระเยซูคริสต์” ในเวลาที่ทรงกำหนดไว้   เพื่อจะนำมนุษย์กลับสู่แผนการแห่งสวัสดิภาพตามพระประสงค์ในการทรงสร้างมนุษย์ตั้งแต่แรกเริ่ม (ฮบ.9:28)

ผู้ที่เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์จะได้รับการยกโทษบาปและกลับคืนสู่ความสัมพันธ์อันดีกับพระเจ้า เขาจะมีชีวิตใหม่ที่สามารถเข้ามาสัมพันธ์สนิทกับพระบิดา   มีสถานภาพใหม่คือเป็นบุตรของพระเจ้า  มีลักษณะชีวิตใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปในวิถีที่บริสุทธิ์และชอบธรรม   มีความเพลิดเพลินใจในแต่ละวันที่ดำเนินชีวิตไปกับพระเจ้า  แม้ต้องเผชิญปัญหาหรือความทุกข์ยากลำบากแต่ก็ยังสุขใจภายใต้พระคุณของพระเจ้า    และเมื่อถึงเวลาสุดท้ายที่ต้องจากโลกนี้ไป   ก็จะมีชีวิตที่เปี่ยมด้วยสันติสุขและมีความชื่นชมยินดีร่วมกับพระเจ้าในเมืองบรมสุขเกษมตลอดนิรันดร

ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่เข้าใจพระประสงค์ของพระเจ้าว่าได้ทรงมอบวันเวลาให้แก่มนุษย์ย่อมจะดำเนินชีวิตอย่างสุขใจ  และร้องบทเพลงที่คุณคงคุ้นเคยเป็นอย่างดีว่า  “วันนี้เป็นวันที่พระเจ้าตั้งไว้ จงชื่นชมยินดีและร้องเพลงสรรเสริญ วันนี้เป็นวัน..วันนี้เป็นวันที่พระเจ้าตั้งไว้…”     คริสเตียนควรตื่นขึ้นทุกเช้าด้วยการสรรเสริญพระเจ้า  เป็นการเริ่มวันใหม่ด้วยความชื่นชมยินดี   คริสเตียนควรคิดว่าวันนี้จะทำสิ่งใดเพื่อพระเจ้าและเพื่อผู้อื่น   เพราะพระเจ้าทรงประทาน “วันแห่งความชื่นชมยินดี  เวลาแห่งความเพลิดเพลินใจ” ให้แก่คุณทุกวัน    คุณควรมีความสุขเมื่อออกไปพบปะกับผู้คน  เมื่อได้ช่วยเหลือแบ่งปันสิ่งดีให้แก่ผู้อื่น    คุณควรใช้เวลาแต่ละวันที่ผ่านไปอย่างเพลิดเพลินใจ   และเมื่อสิ้นสุดวัน คุณจะสามารถนับพระพรและขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับช่วงเวลาเหล่านั้นได้    จงชื่นชมยินดีและขอบคุณพระเจ้าที่ให้คุณดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขไม่ว่าจะเป็นการได้รับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย การชมภาพยนตร์ดีๆ ที่มีสาระ  การใช้เวลากับพี่น้องในชุมชนของพระเจ้า  การทำงานและภารกิจประจำวันอย่างมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ต่อตนเองและสังคม

เมื่อกล่าวถึงช่วงเวลาที่มีความสุข  บางคนจะนึกถึงแต่เพียงวัยเด็ก  แต่บัดนี้เลยวัยเด็กแล้วจึงเป็นทุกข์  นี่คือทัศนคติของคนที่คิดแบบถอยหลัง   คิดว่าชีวิตจะไร้ค่าหลังเกษียณอายุเพราะไม่มีแรงและไม่ได้ทำงานประจำ  สิ่งนี้ไม่ใช่ความคิดแบบพระเจ้า พระธรรมสุภาษิตบทที่ 16 ข้อ 31 กล่าวว่า “ศีรษะที่มีผมหงอกเป็นมงกุฎแห่งศักดิ์ศรี…”    บางคนบอกว่าก่อนแต่งงานมีความสุขมาก แต่หลังแต่งงานกลับมีแต่ทุกข์แสนสาหัส   บางคนบอกว่าในช่วงวัยอนุชนรู้สึกว่ามีความสุขมากที่ได้รับใช้พระเจ้า   แต่ตอนนี้เป็นผู้ใหญ่วัยทำงานกลับรู้สึกทุกข์ใจที่ต้องรับใช้พระเจ้า   เพราะทำงานอาชีพก็เหน็ดเหนื่อยมากพอแล้วไม่อยากเหนื่อยแบกภาระในงานรับใช้อีก

คุณควรมีทัศนคติที่ถูกต้องคือ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยใด อยู่ในสถานภาพแบบใด  หรือเผชิญสถานการณ์ใดก็ตาม   คุณก็สามารถดำเนินชีวิตด้วยความสุขใจได้   รับใช้พระเจ้าอย่างสุขใจได้  เหมือนดังที่อัครทูตเปาโลแม้ในขณะที่ถูกจำคุกที่เมืองฟีลิปปีเหตุด้วยถูกข่มเหงเพราะความเชื่อ   ท่านยังสามารถกล่าวว่า …เพราะข้าพเจ้าจะมีฐานะอย่างไรก็ตาม  ข้าพเจ้าก็เรียนรู้แล้วที่จะพอใจอยู่อย่างนั้น…” (ฟป.4:10-13)

แหล่งที่มา: รังสรรค์ สุกันทา. (2010)  ใช้เวลาอย่างไรให้ถูกใจพระเจ้า.  กรุงเทพฯ: ครีเอชั่นบุ๊คแอนด์มีเดียพับลิชชิ่ง

เกี่ยวกับ creationpublishing

ครีเอชั่นบุ๊คแอนด์มีเดียพับลิชชิ่ง (Creation Book and Media Publishing)
เรื่องนี้ถูกเขียนใน การดำเนินชีวิต และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s