ยิ่งใกล้ชิดพระเจ้า..ยิ่งได้รับการเติมเต็ม

พระเจ้าทรงเป็นแหล่งแห่งความบริบูรณ์  ทรงเปี่ยมด้วยสติปัญญา (สดด.104:24)  มหิทธิฤทธิ์ (ปฐก.35:11)  และความมั่งคั่ง (1 พศด.29:12; 2 คร.8:9)  ในพระองค์ไม่มีความจำกัด  พระองค์สามารถดำรงอยู่ได้โดยพระองค์เอง  ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยผู้ใด

แต่มนุษย์มีความจำกัดในทุกด้าน  ทั้งในด้านสติปัญญา กำลัง  ความรู้  และความสามารถ  มนุษย์ยังมีความบกพร่อง   จุดอ่อน  หรือปัญหาส่วนตัวอันเนื่องมาจากความบาป   แต่ทว่ามนุษย์จำนวนมากไม่ได้ตระหนักถึงความจริงนี้  และหลงผิดคิดว่าตนเองเก่ง  ฉลาด มีความสามารถ  มีกำลังเรี่ยวแรงมากมาย  ร่ำรวยจนสามารถซื้อทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ได้  แท้จริงแล้วไม่มีนุษย์คนใดสมบูรณ์พร้อมในตนเอง  บางคนอาจจะมีหลายอย่างมากกว่าคนอื่น  หรือมีในสิ่งที่คนอื่นไม่มี  แต่ไม่มีใครที่มีทุกอย่างครบถ้วนบริบูรณ์จนไม่ต้องพึ่งผู้อื่นเลย  และไม่มีมนุษย์คนใดสามารถอยู่ในโลกนี้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากผู้อื่น  อย่างน้อยที่สุดต้องให้ผู้อื่นช่วยทำคลอดขณะถือกำเนิด  และช่วยฝังศพหลังจากสิ้นลมหายใจแล้ว

สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักอีกประการหนึ่งคือ  ไม่มีมนุษย์คนใดสามารถเป็นที่พึ่งให้แก่ใครได้ทุกเรื่องและทุกเวลา   เพราะทุกคนต่างก็มีความจำกัด  แม้เขาอยากจะช่วย  แต่บางครั้งเขาไม่สามารถช่วยได้  เพราะอ่อนแอหรือบกพร่อง  ผู้ที่เป็นพ่อแม่คงเข้าใจเรื่องนี้ได้ดีว่า  แม้จะรักห่วงใยและอยากจะดูแลช่วยเหลือลูกในเวลาที่ลูกมีปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือมากเพียงใด   แต่บางครั้งก็ไม่สามารถจะช่วยลูกได้เพราะพ่อแม่เองมีความจำกัด เช่น  ในยามที่ลูกทุกข์ทรมานเพราะเจ็บป่วย  พ่อแม่อยากจะให้ลูกได้รับการรักษาให้หายในทันที   หากเป็นไปได้ก็อยากจะรับความเจ็บป่วยแทนลูกเสียเอง  แต่ก็ไม่อาจช่วยให้ลูกหายได้ดั่งใจต้องการเสมอไป

ดังนั้น มนุษย์จึงจำเป็นต้องเข้ามาใกล้ชิดสนิทกับพระเจ้าผู้ทรงเป็นแหล่งแห่งความบริบูรณ์  เพื่อจะได้รับการเติมเต็มในสิ่งที่ขาดไป และรับการแก้ไขในสิ่งที่บกพร่อง  การเติมเต็มในที่นี้หมายถึง การทรงประทานให้อย่างเพียงพอและครบบริบูรณ์จากพระเจ้า     ยิ่งใกล้ชิดสนิทกับพระเจ้าคุณยิ่งจะได้รับการเติมเต็ม ในด้านร่างกาย เช่น การรักษาโรค  การจัดสรรสิ่งจำเป็นต่างๆ ในการดำรงชีวิต (ฉธบ.30:9; 2 คร.9:11) ในด้านจิตใจ คุณจะได้รับสันติสุข  การยอมรับ  ความรัก  ความมั่นคงทางใจ  และความอิ่มเอมใจ  ส่วนในด้านจิตวิญญาณนั้น  คุณจะเจริญเติบโตขึ้น (1 ปต.2:2;  สดด.1:3)  จนในที่สุดคุณจะมีชีวิตที่ครบบริบูรณ์ในทุกด้าน (ยน.10:10)

อย่างไรก็ตาม การเติมเต็มนั้นไม่ได้หมายความว่าจะได้รับทุกสิ่งที่คุณต้องการ  หรือมีความสมบูรณ์พร้อมทุกอย่างบนโลกนี้  โดยทางนิตินัยพระเจ้าทรงเติมเต็มคุณในทุกด้าน  แต่ในทางพฤตินัยนั้น บางอย่างอาจจะไม่ได้สมบูรณ์หรือเกิดขึ้นทันที    ในโลกนี้คุณอาจจะยังขาดบางสิ่งบางอย่างหรือยังต้องเผชิญปัญหาอยู่  แต่จิตใจของคุณได้รับการเติมเต็มด้วยสันติสุข  และการช่วยเหลือจากพระเจ้าในด้านต่างๆ เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตในโลกนี้อย่างมีความสุข และสามารถทำงานรับใช้ตามน้ำพระทัยของพระเจ้าให้สำเร็จ   

เหมือนดังชีวิตของ จอนนี่  เอียเรคสัน ทาดะ (Joni Eareckson Tada) ซึ่งประสบอุบัติเหตุจากการกระโดดน้ำในปี ค.ศ.1967 ขณะอายุ 17 ปี  ทำให้เป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงไปจนถึงปลายเท้า  เธอเชื่อวางใจในพระเจ้า  แม้ว่าไม่ได้รับการรักษาให้หายจากความพิการดังที่คาดหวังไว้  แต่พระเจ้าทรงประทานพระคุณแก่เธอในด้านต่างๆ ทำให้ชีวิตได้รับการเติมเต็ม  เธอดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข  และมีส่วนในการรับใช้พระเจ้า  เธอเขียนหนังสือเล่าประวัติชีวิตของเธอเพื่อให้กำลังใจแก่ผู้คน  หนังสือของเธอถูกแปลเป็นหลายภาษา และเรื่องราวชีวิตก็ได้ทำเป็นภาพยนตร์    ปัจจุบัน เธอก่อตั้งองค์กรชื่อ “จอนนี่และเพื่อน” (Joni and Friend)  แม้จะพิการ แต่เธอก็เดินทางไปทั่วโลกร่วมกับสามีเพื่อประกาศเรื่องราวของพระเจ้า

ครั้งหนึ่งในงานประกาศครูเสดของบิลลี่ เกรแฮม  เธอกล่าวว่า  “การที่ต้องติดอยู่บนรถเข็นดูเหมือนว่าเราถูกจำกัด   แต่เมื่อนึกถึงพระเยซูผู้ต้องมีสภาพดังเป็นอัมพาตที่กางเขนเพราะความรักที่พระองค์ทรงมีต่อดิฉัน แม้ในขณะนั้นดิฉันเองไม่ได้ตระหนักถึงความรักของพระองค์... ดิฉันรู้ว่าดิฉันคงไม่ได้อยู่ที่นี่ในวันนี้เพื่อจะกล่าวคำพยานที่ถวายเกียรติแด่พระองค์  ถ้าปราศจากพระองค์ผู้ทรงกระทำกิจนี้...  บางครั้ง มันอาจจะเป็นเรื่องยากที่จะคิดถึงสวรรค์ที่ดูเหมือนห่างไกล  แต่ดิฉันก็คิดถึงสวรรค์  คิดถึงเวลาที่วันหนึ่งจะมีมือใหม่  เท้าใหม่  และยืนอยู่ต่อหน้าองค์พระเยซูคริสต์      และดิฉันจะยกมือขึ้นเพื่อสรรเสริญพระองค์ผู้ทรงเป็นพระเจ้า และทรงเป็นจอมกษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลายถ้าวันนั้นในปี 1967  ดิฉันไม่ได้กลายเป็นอัมพาตเพราะกระโดดน้ำ   วันนี้ ดิฉันคงไม่ได้อยู่ตรงนี้เพื่อประกาศถึงพระสิริของพระเจ้า  ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ”  

ปัจจุบันจอนนี่อายุ  61 ปีแล้ว  เธอได้รับการยกย่องจากองค์กรคริสเตียนหลายหน่วยงาน  เช่น ในปี ค.ศ. 2009  เธอเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับรางวัล “ผู้รับใช้ฆารวาสแห่งปี” (Layperson of the Year)  จากสมาคมอีแวนเจลิคอลแห่งชาติ (National Association of Evangelicals)

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเผชิญสถานการณ์ใดในโลกนี้  ขอให้มั่นใจว่าพระเจ้าจะทรงดูแลคุณ  ให้ดำเนินชีวิตโดยคาดหวังความสมบูรณ์ที่จะมาในอนาคต

แหล่งที่มา:   รังสรรค์ สุกันทา (2011)   ใกล้ชิดสนิทพระเจ้า กรุงเทพฯ : ครีเอชั่นบุ๊คแอนด์มีเดียพับลิชชิ่ง

เกี่ยวกับ creationpublishing

ครีเอชั่นบุ๊คแอนด์มีเดียพับลิชชิ่ง (Creation Book and Media Publishing)
ข้อความนี้ถูกเขียนใน การรับใช้ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s