เริ่มต้น..ใกล้ชิดสนิทพระเจ้า

คำว่า “เชื่อมต่อ” หรือ Connect” ถูกนำมาใช้เพื่อสื่อความหมายในหลายแง่มุม เช่น เชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน    เชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างกัน  เป็นเหตุให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างกัน  เชื่อมต่อกันทางความคิดหรือความรู้สึก เชื่อมต่อกับระบบการสื่อสารโทรคมนาคม หรือวงจรอิเล็กทรอนิกส์  เป็นต้น    แต่ไม่ว่านำมาใช้ในความหมายลักษณะใดก็ตามต้องมีการเชื่อมโยงกันระหว่างองค์ประกอบอย่างน้อยสองสิ่งขึ้นไป    ดังนั้น เมื่อใช้คำว่า “เชื่อมต่อ” เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล  ย่อมต้องมีบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยสองฝ่ายขึ้นไป

ความนิยมในการใช้เทคโนโลยีด้านการสื่อสารเป็นสิ่งบ่งชี้ว่า เราต่างต้องการเชื่อมต่อกับบางคน     จากสถิติของสหพันธ์โทรคมนาคมนานาชาติ (International Telecommunication Union)      พบว่า ในปี 2010  มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 5,282 ล้านคน คิดเป็น 76.2% ของประชากรโลก      มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวน 2,084 ล้านคน คิดเป็น 30.1% ของประชากรโลก [1] จนมีผู้กล่าวว่า “โลกใบนี้เล็กลง” เพราะคนแต่ละซีกโลกสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ได้เกิดปรากฏการณ์หนึ่งที่อยู่ในกระแสความสนใจคือ การสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ หรือ Social Network ที่สร้างเครือข่ายการเชื่อมต่อระหว่างบุคคลต่างๆ ตัวอย่างเช่น เฟซบุ๊ค (Facebook) หนึ่งในสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2004    หลังจากเวลาผ่านไปเพียง 6 ปี  ผู้ใช้งานเฟซบุ๊คมีจำนวนสูงถึงราว 518 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 7.6 % ของประชากรโลก (สถิติ ณ วันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ.2010) [2]

เพราะเหตุใดสังคมออนไลน์จึงได้รับความนิยมอย่างมากในระยะเวลาอันสั้น นั่นก็เพราะธรรมชาติของมนุษย์ต้องการการปฏิสัมพันธ์    คนกลุ่มหนึ่งจึงเลือกใช้รูปแบบการสื่อสารที่สะดวกผ่านสังคมออนไลน์ เพื่อจะรักษามิตรภาพและความสัมพันธ์นั้น  นอกจากนี้  คนจำนวนไม่น้อยก็ยังเลือกใช้ช่องทางนี้เพื่อริเริ่มสร้างสัมพันธ์กับคนใหม่ๆ โดยทำความรู้จัก แสดงไมตรีจิต หรือเพื่อเชื่อมต่อระหว่างกันด้วยวัตถุประสงค์บางอย่าง ตามที่เทคโนโลยีปัจจุบันเอื้อให้กระทำเช่นนั้นได้

อย่างไรก็ตาม แม้ทางเครือข่ายสังคมออนไลน์จะพยายามสร้างเครื่องมือต่างๆ ให้ผู้คนเชื่อมต่อกันได้ใกล้ชิดขึ้น เช่น การมองเห็นอีกฝ่ายหนึ่งผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือการสนทนาโต้ตอบกันได้โดยทันที (Real time)     แต่การเชื่อมต่อในรูปแบบนี้ก็ยังเป็นเพียงสังคมเสมือนจริงหรือโลกเสมือนจริง   ผู้คนในโลกอินเทอร์เน็ตจะเปิดเผยข้อมูลบางอย่างที่ต้องการให้คนอื่นรับรู้   แม้ปัจจุบันมีแนวโน้มในการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากยิ่งขึ้น  แต่ก็ไม่อาจแน่ใจได้ทั้งหมดว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นจริง

การเชื่อมต่อกับผู้คนในโลกเสมือนจริงนั้นแม้ง่าย รวดเร็ว และกว้างขวาง   แต่มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถพัฒนาระดับความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งมากขึ้นได้  ผู้ที่ปรารถนาจะรู้จักอีกฝ่ายหนึ่งมากขึ้นก็จะหาช่องทางเพื่อปฏิสัมพันธ์กับบุคคลจริง  เช่น นัดหมายพูดคุยกันหน้าต่อหน้า แต่การปฏิสัมพันธ์ในรูปแบบนี้มีความเสี่ยง  เนื่องจากทั้งสองฝ่ายไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของกัน  แม้มีโอกาสที่จะนำมาซึ่งมิตรภาพที่ดีและการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน  แต่อาจนำไปสู่ความเสียหายทั้งด้านกายภาพและจิตใจได้

การมาเชื่อมต่อกันด้วยวัตถุประสงค์ที่ไม่ถูกต้องหรือปราศจากความระมัดระวัง ก็อาจพลั้งพลาดถูกดึงให้ตกต่ำไปยังด้านมืดของสังคมออนไลน์     เราจึงต้องเชื่อมต่อกับผู้อื่นอย่างมีสติปัญญา     รู้จักที่จะเปิดเผยตนเองอย่างเหมาะสม และต้องระวังภัยจากความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นบนสังคมออนไลน์

การเชื่อมต่อในสังคมออนไลน์ดังที่กล่าวมาข้างต้นนั้นแตกต่างจากการเชื่อมต่อกับพระเจ้า         ในขณะที่เราไม่รู้จักตัวตนและจุดประสงค์ที่แน่ชัดของผู้คนที่มาเชื่อมต่อกับเรานั้น พระคริสตธรรมคัมภีร์ได้เปิดเผยอย่างชัดเจนให้เรารู้จักพระเจ้าว่าทรงเป็นผู้ใด  และให้เรารู้ว่าทรงมีพระประสงค์ต่อเราเช่นไร

พระเจ้าทรงรักและหวังดีต่อเรา ทรงปรารถนาให้เราได้รับสิ่งดีเสมอ เหมือนดังที่พระเยซูคริสต์ทรงตรัสไว้ใน ยน.10:10 ว่า “ขโมยนั้นย่อมมาเพื่อจะลัก ฆ่า และทำลาย เรามาเพื่อพวกเขาจะได้ชีวิตและจะได้อย่างครบบริบูรณ์

มนุษย์ทุกคนจึงสามารถเชื่อมต่อชีวิตของตนกับพระเจ้าได้ด้วยความมั่นใจและความไว้วางใจว่า    การเชื่อมต่อกับพระเจ้าจะนำมาซึ่งพระพรอันบริบูรณ์  และนำเราไปสู่ทางแห่งความชอบธรรม แตกต่างจากการไปเชื่อมต่อกับมนุษย์ที่บางคนอาจมีจุดประสงค์ซ่อนเร้นที่จะนำเราไปสู่ทางแห่งปัญหาหรือความเดือดร้อน

ศักเคียส เป็นบุคคลหนึ่งในพระคัมภีร์ที่กระตือรือร้นอย่างมากในการเชื่อมต่อกับพระเจ้า  พระธรรมลูกาบทที่ 19 บันทึกว่า ศักเคียสเป็นคนบาปหนาในสายตาของพี่น้องร่วมชนชาติ  เพราะเป็นชาวยิวแต่ทำหน้าที่เป็นนายด่านเก็บภาษีรับใช้ชาวโรมัน และร่ำรวยจากการฉ้อโกงผู้อื่น  ศักเคียสเป็นที่เกลียดชังและไม่มีใครอยากข้องแวะกับเขา

แต่เมื่อเขาได้ยินถึงเรื่องราวของพระเยซูคริสต์  เขาต้องการจะรู้จักกับพระองค์  เขารีบวิ่งไปยังถนนเมื่อรู้ว่าพระเยซูจะเสด็จมา  แม้มีคนมากและเขาเป็นคนเตี้ย  เขาก็พยายามชนะอุปสรรคโดยปีนขึ้นต้นมะเดื่อเพื่อจะได้เห็นพระองค์  พระเยซูคริสต์ไม่ได้รังเกียจเขา  ในทางตรงข้าม พระองค์เดินฝ่าฝูงชนจำนวนมากตรงไปยังเขาอย่างเจาะจง  ทรงตรัสเรียกชื่อของเขาแล้วบอกว่า พระองค์ต้องการไปพักที่ตึกของเขา  พระเยซูคริสต์ต้องการเชื่อมต่อกับเขา!!

คนมากมายประหลาดใจที่เห็นพระองค์ไปพักอยู่กับคนบาป แต่พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นภายในจิตใจของศักเคียส  พระองค์ทรงรักและยอมรับเขาอย่างที่เขาเป็น โดยไม่ขึ้นอยู่กับพื้นภูมิหลังของเขา ต่อมาศักเคียสทูลพระองค์ว่า เขาจะคืนสิ่งของที่ฉ้อโกงและจะนำทรัพย์สมบัติของตนจำนวนครึ่งหนึ่งไปแจกทาน  เมื่อศักเคียสเชื่อมต่อกับพระเยซูคริสต์ ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไป เขากลับมาสู่ความถูกต้องชอบธรรม  และได้รับความรอดตามที่พระเยซูคริสต์ทรงประทานพระสัญญา

บางคนอาจคิดว่าตนยังไม่ดีพอที่จะเชื่อมต่อกับพระเจ้า  และพระเจ้าก็คงไม่อยากเชื่อมต่อกับตน แต่นั่นเป็นความเข้าใจผิด แท้จริงแล้ว ไม่มีใครสามารถอ้างความดีของตนเองเพื่อให้รับสิทธิในการเชื่อมต่อกับพระเจ้า  ทุกคนล้วนแต่เป็นคนบาป   แต่เพราะพระคุณความรักของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์ พระองค์จึงริเริ่มที่จะเชื่อมต่อกับมนุษย์ก่อน โดยการเปิดเผยสำแดงพระองค์เองผ่านทางธรรมชาติที่พระองค์ทรงสร้าง ผ่านทางผู้เผยพระวจนะ ผ่านทางพระคัมภีร์   และที่สำคัญที่สุดคือผ่านทางพระเยซูคริสต์ผู้เสด็จมารับสภาพมนุษย์และตายไถ่บาปของมนุษยชาติ    เพื่อเป็นประจักษ์พยานสำแดงความรักของพระเจ้า  และทำให้มนุษย์มั่นใจว่าพระองค์ทรงปรารถนาจะเชื่อมต่อกับเราทุกคน

แหล่งที่มา:   รังสรรค์ สุกันทา (2011)   ใกล้ชิดสนิทพระเจ้า กรุงเทพฯ : ครีเอชั่นบุ๊คแอนด์มีเดียพับลิชชิ่ง

แหล่งอ้างอิง
[1] International Telecommunication Union. (2011).  Key Global Telecom Indicators for the World Telecommunication Service Sector [Online] Available: http://www.itu.int/ITU-D/ict/statistics/at_glance/KeyTelecom.html  (Access date : 31 March 2011)
[2] Internet World Stats. (2011). FACEBOOK USAGE AND INTERNET STATISTICS FOR AUGUST 31, 2010. [Online] Available: http://www.internetworldstats.com/stats25.htm (Access date : 31 March 2011)

เกี่ยวกับ creationpublishing

ครีเอชั่นบุ๊คแอนด์มีเดียพับลิชชิ่ง (Creation Book and Media Publishing)
เรื่องนี้ถูกเขียนใน การดำเนินชีวิต และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s