ใกล้ชิดพระเจ้า..ในชีวิตประจำวัน: ตอน 1 ใกล้ชิดทุกวัน

แม้ว่าในพระคัมภีร์พระเจ้าได้ทรงกำหนดให้อิสราเอลรักษาสะบาโต สัปดาห์ละ 1 วัน   แต่ไม่ได้หมายความว่าคริสเตียนควรเข้าใกล้ชิดพระเจ้าเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้งในวันอาทิตย์เท่านั้น  เพราะหลักการของสะบาโตคือ ให้ร่างกายได้พักผ่อนจากความเหนื่อยล้าด้วยการหยุดพักงาน   ให้จิตวิญญาณได้พักสงบด้วยการเข้ามาเฝ้าพระเจ้าและนมัสการพระองค์ร่วมกับพี่น้องในพระวิหารหรือธรรมศาลา  เพื่อจะรับการฟื้นกำลังขึ้นใหม่จากพระเจ้า   แต่ไม่ได้หมายความว่าระหว่างสัปดาห์หรือระหว่างวัน  เราไม่ต้องใกล้ชิดพระเจ้า พระเจ้าปรารถนาให้ผู้เชื่อทุกคนดำเนินชีวิตที่ใกล้ชิดสนิทกับพระองค์ทุกวันเวลา

โมเสสเป็นแบบอย่างผู้รับใช้ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการนำประชาชนนับล้านคนออกจากอียิปต์ และเดินทางผ่านถิ่นทุรกันดารในทะเลทราย  ท่านสามารถฝันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างดี  เพราะท่านมีชีวิตที่ใกล้ชิดสนิทกับพระเจ้า   พระคัมภีร์บันทึกว่าท่านได้สนทนากับพระเจ้าหน้าต่อหน้าอยู่เสมอเหมือนมิตรสหายสนทนากัน   ท่านจึงมีความเข้าใจและตอบสนองต่อพระสุรเสียงของพระเจ้าได้อย่างดี (อพย.33:9,11;ฉธบ.34:10)   เมื่อเผชิญปัญหาสิ่งใดท่านก็จะนำไปทูลต่อพระเจ้าและได้รับคำแนะนำจากพระเจ้าโดยตรง (อพย.14:15; 15:25; 17:1-6)

ผู้รับใช้ที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ล้วนมีชีวิตที่ใกล้ชิดพระเจ้า   เช่น ชาร์ล จี. ฟินเน่ย์ (Charles G. Finney) ในวันที่ท่านกลับใจบังเกิดใหม่นั้น  ท่านกระตือรือร้นที่จะอธิษฐานมาก  จึงเข้าไปอธิษฐานในป่าตั้งแต่เวลาเช้าตรู่จนถึงเที่ยงวัน  ท่านสนทนากับพระเจ้าจนลืมนึกถึงเวลา แล้วท่านก็เริ่มต้นเทศนาพระกิตติคุณทันที   หลังจากวันนั้น  ท่านก็ปรารถนาที่จะนมัสการและอธิษฐานอยู่ตลอดเวลา

ท่านเล่าถึงเหตุการณ์ในวันหนึ่งว่า

“พอจวนถึงเวลาหยุดงาน  ข้าพเจ้าคิดในใจว่า เมื่อข้าพเจ้ามีโอกาสอยู่ที่ทำงานแห่งใหม่ตามลำพัง  ข้าพเจ้าจะเริ่มต้นอธิษฐานอีก  ตอนค่ำเมื่อเราจัดเครื่องแต่งห้องและหนังสือเรียบร้อยแล้ว และคนอื่นไปหมดแล้ว   ข้าพเจ้าอยู่กับพระเจ้าเพียงลำพัง   ข้าพเจ้าได้สนทนากับพระเจ้าอย่างทุ่มเทจิตใจ  ข้าพเจ้าตื่นเต้นและร้อนรนอยากจะสนทนากับพระองค์เหลือเกิน  เลยวิ่งเข้าไปในห้องข้างสำนักงาน  แม้ว่าห้องนั้น ไม่มีไฟผิงและไฟจุดให้สว่างเลย  แต่ข้าพเจ้ารู้สึกว่าห้องนั้นสว่าง ข้าพเจ้าเปิดประตูแล้วคุกเข่าลงนมัสการพระเจ้า  ทันใดนั้น ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนว่าข้าพเจ้าเห็นองค์พระเยซู เหมือนกับที่ข้าพเจ้าเห็นคนอื่นๆ   เมื่อข้าพเจ้าอธิษฐาน พระองค์ทรงประทับอยู่ต่อหน้าข้าพเจ้าจริงๆ…” [1]   

ท่านมีชีวิตที่ใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้นๆ และงานรับใช้ของท่านก็เกิดผลไม่ว่าท่านจะเดินทางไปเทศนาที่ไหน   คนจำนวนมากมายได้สัมผัสการทรงสถิตของพระเจ้าและคุกเข่าลงอธิษฐานสารภาพบาปกลับใจใหม่   การฟื้นฟูเกิดขึ้นอย่างมากมายทั้งในประเทศอังกฤษและอเมริกาผ่านการรับใช้ของท่าน

คริสเตียนส่วนใหญ่รู้ว่าควรจะใกล้ชิดพระเจ้า  แต่กลับไม่ได้ใกล้ชิดพระองค์เท่าที่ควรจะเป็น  เป็นไปได้ที่บ่อยครั้งมักสะลาวนอยู่กับผู้อื่นหรือสิ่งอื่นตลอดเวลา จึงไม่สามารถจะเชื่อมต่อกับพระเจ้าได้   ดังนั้น เราจำเป็นต้องหยุดเชื่อมต่อ (disconnect) กับบางคนหรือบางสิ่ง  เพื่อเข้าไปเชื่อมต่อ (connect) กับพระเจ้าที่รอเราอยู่

ในบทความตอนต่อไป  เราจะพบกับแนวทางภาคปฏิบัติที่ช่วยส่งเสริมให้ใกล้ชิดสนิทพระเจ้า   ซึ่งจะขอนำเสนอ  4  ประการ …

แหล่งที่มา:   รังสรรค์ สุกันทา (2011)   ใกล้ชิดสนิทพระเจ้า กรุงเทพฯ : ครีเอชั่นบุ๊คแอนด์มีเดียพับลิชชิ่ง

แหล่งอ้างอิง:  [1] เจ. กิลคริสต์ ลอว์สัน. ประสบการณ์ของคริสเตียนคนสำคัญ. กรุงเทพฯ : กนกบรรณสาร, มปป., นน.8-20

เกี่ยวกับ creationpublishing

ครีเอชั่นบุ๊คแอนด์มีเดียพับลิชชิ่ง (Creation Book and Media Publishing)
เรื่องนี้ถูกเขียนใน การดำเนินชีวิต และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s